“Influencer ผู้มาก่อนกาล” ผู้ทรงเปลี่ยนผ้าไทยให้โลกต้องมอง !!!
✨หากจะกล่าวถึง “Influencer ผู้มาก่อนกาล” แฟชั่นไอคอนผู้ปฏิวัติและฟื้นฟูผ้าไทยด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกล เป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ในช่วงปีพุทธศักราช 2503 ประเทศไทยเริ่มเปิดประตูสู่สากลอย่างเต็มตัว ผ่านการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาและยุโรปเพื่อเจริญสัมพันธไมตรี เสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและทันสมัยของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จัก และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
จุดเริ่มต้น... จากโจทย์ที่ไม่มีคำตอบในตอนแรก !!
ก่อนการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการในช่วงปีพุทธศักราช 2503 ปัญหาใหญ่ คือ เราไม่มีชุดประจำชาติของสตรีไทยที่เป็นเอกลักษณ์ ในสมัยนั้นสตรีไทยแต่งกายตามแฟชั่นตะวันตก หรือผสมผสานผ้าซิ่นกับเสื้อลูกไม้ ซึ่งยังดูไม่เป็นสากลสำหรับเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองระดับประมุขของรัฐ (State Banquet) พระองค์ทรงมีพระราชดำริว่า “ถ้าเราจะไปเมืองเขา เราควรมีชุดที่เป็นของเราเอง เพื่อแสดงให้โลกเห็นว่าเรามีวัฒนธรรมที่รุ่งเรืองมานาน”
🎯 >> หาจุดแข็งที่คนอื่นไม่มี (Distinctive Identity) ก่อนจะไปแข่งกับใคร ต้องรู้ว่า "เราคือใคร" พระองค์ทรงมองว่าถ้าแต่งกายตามฝรั่ง เราจะเป็นได้แค่ผู้ตาม เราต้องนำ “ผ้าไทย” มาใช้ เพื่อดึง “เสน่ห์” ของไทย ให้คนทั้งโลกต้องหันมามอง
🪡ถึงเวลาของการผนึกกำลัง... ตะวันออกพบตะวันตกพระองค์ทรงนำผ้าไทย (วัตถุดิบ) ไปให้ดีไซเนอร์ระดับโลกช่วยตัดเย็บโดยพระองค์ทรงมีที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญระดับโลกมาร่วมออกแบบ นั่นคือ
• ปิแอร์ บัลแมง (Pierre Balmain) ดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสชื่อดัง ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเสื้อผ้าสำหรับสุภาพสตรีชั้นสูงเข้ามาช่วยดูแลเรื่อง “โครงสร้าง” ของชุดให้ดูสากล สง่างาม เหมาะสมกับกาลเทศะ
• นักประวัติศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญของไทย ผู้ช่วยค้นคว้าเรื่องรูปแบบการนุ่งห่มของสตรีไทยในราชสำนักสมัยโบราณผลที่ได้คือชุดที่ “คนไทยภูมิใจและต่างชาติยอมรับ”
🤝>> ผสานความเชี่ยวชาญจากมืออาชีพ (Professional Collaboration) ถ้าเรามีของดีแต่สร้างภาพลักษณ์ไม่เก่ง ให้ลองหาพาร์ทเนอร์หรือผู้เชี่ยวชาญมาช่วยแบ่งปันมุมมองอัตลักษณ์ผลิตภัณฑ์เรา เพื่อให้มีความร่วมสมัยและเป็นสากล โดยยังคงตัวตนของเราไว้
👑ถือกำเนิด.. ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ
ผลลัพธ์ของการทำงานอย่างหนัก อันเนื่องด้วยพระปรีชาสามารถและพระราชปณิธานอันแรงกล้าของพระองค์ในการอนุรักษ์ธรรมเนียมการแต่งกายแบบไทย จึงได้ถือกำเนิดเครื่องแต่งกายชุดประจำชาติของสุภาพสตรีไทยจำนวน 8 แบบ หรือที่เรียกว่า “ชุดไทยพระราชนิยม” อันได้แก่ ชุดไทยจักรี ชุดไทยจักรพรรดิ ชุดไทยดุสิต ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยเรือนต้น ชุดไทยอมรินทร์ ชุดไทยจิตรลดา และ ชุดไทยศิวาลัย เพื่อใช้สวมใส่ในโอกาสที่ต่างกัน ตั้งแต่ชุดลำลองไปจนถึงชุดราตรีสโมสร
🧵นำไปสู่ การ "ปฏิวัติผ้าไทย” อย่างแท้จริง
ผ้าไหมมัดหมี่ในยุคนั้นถูกมองว่าเป็น “ผ้าบ้านนอก” หรือผ้าของคนจน แต่พระองค์ทรงนำมาตัดเย็บเป็นชุดราตรีชั้นสูง (Haute Couture) สวมใส่ออกงานท่ามกลางประมุขของนานาประเทศได้อย่างสมพระเกียรติ เมื่อชาวโลกเห็นความงามของผ้าไทย ความต้องการผ้าไทยก็พุ่งสูงขึ้น นำไปสู่การก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ เปลี่ยนชีวิตเกษตรกรไทยให้มีรายได้เสริมจากการทอผ้า
>> ปรับภาพลักษณ์ (Re-Branding) ของดีอยู่ที่ “การจัดวาง” (Context) ของบางอย่างแค่เปลี่ยนวิธีการนำเสนอ หรือเปลี่ยนกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย มูลค่าก็เพิ่มขึ้นทันที เหมือนกับที่ทรงหยิบ “ผ้ามัดหมี่” มาเปลี่ยนนิยามใหม่ ให้กลาย “ชุดราตรีชั้นสูง” ควบคู่ไปพร้อมกับการเปลี่ยนชีวิตของเกษตรไทย ให้มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นั่นคือการสร้าง Social Impact อย่างชาญฉลาด
เครื่องมือการทูตด้วย “ฉลองพระองค์”
ตลอดการเสด็จพระราชดำเนินเยือนนานาประเทศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นที่ชื่นชมและได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากสื่อมวลชนระดับโลก ด้วยพระราชจริยวัตรที่งดงาม สง่างาม พร้อมด้วยฉลองพระองค์ที่สะท้อนถึงรสนิยมอันประณีต ตลอดจนพระราชดำรัสที่แสดงถึงพระปรีชาสามารถและความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในวัฒนธรรมตะวันตก สื่อต่างชาติในยุคนั้น (เช่น นิตยสาร Vogue, Vanity Fair หรือนิตยสารแฟชั่นในยุโรป) ต่างยกย่องว่าพระองค์ทรงเป็น "พระราชินีที่มีพระสิริโฉมงดงามและแต่งกายงดงามที่สุดในโลก" นับว่าเป็นผลลัพธ์จากพระราชกุศโลบายในการผลักดันผ้าไทย ไม่เพียงแต่ทำให้นักออกแบบชั้นนำได้สัมผัสกับความงามที่มีเอกลักษณ์ของผ้าไทย แต่ยังเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยยกระดับภูมิปัญญาไทยสู่สายตาผู้คนทั่วโลก และยิ่งไปกว่านั้นหลายครั้งพระองค์ทรงนำฉลองพระองค์ชุดเดิมมา “ดัดแปลง” หรือเปลี่ยนเครื่องประดับเพื่อใช้งานในโอกาสใหม่ ซึ่งเป็นต้นแบบของความยั่งยืน (Sustainability) สำหรับแฟชั่นยุคปัจจุบัน ![]()
“แม้ในยุคนั้นที่ยังไม่มีการสื่อสารไร้พรมแดน แต่ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกล พระองค์ได้ทรงวางรากฐานอัตลักษณ์แห่งความเป็นไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล ทรงพลิกฟื้นงานหัตถศิลป์พื้นบ้านไทยให้กลายเป็นงานฝีมือที่ทรงคุณค่าและร่วมสมัย และทรงสร้างคุณค่าให้ผ้าไทยที่ไม่ใช่เพียงอาภรณ์เครื่องนุ่งห่ม หากแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งศักดิ์ศรี ความภาคภูมิใจ และความยั่งยืนของชาติ” ![]()
🫶และนี่คือ... แบบอย่างของ “Influencer ผู้มาก่อนกาลของไทย” ผู้ทรงใช้ความงามขับเคลื่อนคุณค่า และเปลี่ยนภูมิปัญญาไทยให้กลายเป็นพลังของโลกอย่างแท้จริง ![]()
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ กองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม

นางสาวเบญจมาศ วรลักษณกุล นักวิชาการอุตสาหกรรมชำนาญการ - ผู้เขียน
นางสาวขวัญชนก นุ่มอุรา เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานการพัฒนาอุตสาหกรรม - รูปภาพ
กลุ่มเชื่อมโยงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม