โทรศัพท์ 1358
The Strategic Craft  ปั้นแบรนด์ชุมชนให้สง่างาม ด้วยสมดุลแห่งดีไซน์และกลยุทธ์ที่จับต้องได้
The Strategic Craft ปั้นแบรนด์ชุมชนให้สง่างาม ด้วยสมดุลแห่งดีไซน์และกลยุทธ์ที่จับต้องได้
The Strategic Craft ปั้นแบรนด์ชุมชนให้สง่างาม ด้วยสมดุลแห่งดีไซน์และกลยุทธ์ที่จับต้องได้ เมื่อนิยามของคำว่า 'Local' ถูกร้อยเรียงขึ้นใหม่ด้วยเทคนิคที่คาดไม่ถึง เบื้องหลังแบรนด์ชุมชนจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการอนุรักษ์ แต่คือการ 'ปฏิวัติ' (Revolution) เมื่อการนำวัสดุที่มีเอกลักษณ์ของชุมชนมาเข้ากระบวนการดีไซน์ที่ซับซ้อน เพื่อเจียระไนคุณค่าจากภูมิปัญญาให้มีมูลค่าที่ยั่งยืน เพราะเมื่อเสน่ห์ของชุมชนถูกผนึกเข้ากับนวัตกรรมที่ล้ำสมัย สินค้าชิ้นนั้นจะไม่ใช่แค่ของใช้ แต่มันคือ Asset ที่มีมูลค่าสูง ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเริ่มต้นสร้างแบรนด์จากงานฝีมือชุมชนสิ่งที่ยากไม่ใช่แค่การทำให้สินค้าสวยงามเท่านั้น แต่คือการตอบคำถามให้ได้ว่าเราอยู่ ‘ตรงไหน’ ในสายตาลูกค้า บททดสอบแรกๆ ที่ผู้ประกอบการมักตกหลุมพรางคือ ‘การตั้งราคา’ ที่มักจะตั้งราคาตามความรู้สึกหรือแค่ให้คุ้มทุน แต่หัวใจสำคัญคือ ‘การประเมินและการเปรียบเทียบ’ ดังนั้นควรตั้งราคาเท่าไรที่จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าการเสียเงินครั้งนี้มันคุ้มค่า? คุณมอสส์ ฉัตรแก้ว ศรีสุวรรณ เจ้าของแบรนด์แฟชั่น เครื่องประดับ รองเท้า สุด Chic อย่าง Mosstories และ Former Creative Director จาก BEFORE ALL ELSE แบรนด์แฟชั่นสไตล์ Local Essence เปิดเผยว่า การประเมินระดับของแบรนด์ตัวเองว่าอยู่ใน Level ไหนในสายตาเราและสายตาคนอื่น และเปรียบเทียบแบรนด์ตัวเองกับแบรนด์คู่แข่ง ทั้งในด้าน Design, Story, Quality และ Technique ว่าแบรนด์ของเรานั้นโดดเด่นกว่าคู่แข่งในด้านไหน จะทำให้การให้ตั้งราคาสินค้าและการวาง Position เป็นไปได้อย่างเหมาะสม ในฐานะวิทยากรที่มาให้ความรู้กับผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนในกิจกรรมต่อยอดธุรกิจเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนยุคใหม่ ที่จัดขึ้นโดย กองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หากเรามีนวัตกรรมหรือเทคนิคเฉพาะตัวที่คู่แข่งไม่มี นั่นคือโอกาสในการวางตำแหน่งแบรนด์เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่มองหาความแตกต่าง ไม่ใช่แค่สินค้าดาษดื่น นอกจากโจทย์สุดหินอย่างการตั้งราคาสินค้าให้เหมาะสมแล้วยังมีปัญหาคลาสสิกอย่าง ‘จำนวนขั้นต่ำในการผลิต’ (MOQ) ที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักกังวลว่าต้องผลิตจำนวนมากเพื่อให้ได้ราคาต้นทุนต่ำหรือควรสั่งผลิตในจำนวนเท่าใดกันแน่? แต่ในความเป็นจริงนั้น ขั้นต่ำของเราไม่จำเป็นต้องเท่ากับของคนอื่นก็ได้ คุณมอสส์ ยังกล่าวต่ออีกว่า ในช่วงเริ่มต้นนั้นการมีเงื่อนไข MOQ ที่น้อย จะช่วยเปิดโอกาสให้แบรนด์ได้ Connect กับพาร์ทเนอร์และทดลองตลาดได้หลากหลายขึ้น หรือเราอาจจะเริ่มต้นด้วยการใช้วัสดุที่ผลิตเองได้ หรือเชื่อมต่อกับแหล่งผลิตต้นแบบรายย่อย เพื่อทำสินค้าต้นแบบ (Prototype) ที่ราคาไม่แรงจนเกินไปและสามารถต่อรองราคาได้ จะช่วยให้เราลดความเสี่ยงในการจมทุน การปั้นแบรนด์ชุมชนอาจเริ่มต้นจากก้าวเล็กๆ อย่างการทำต้นแบบไม่กี่ชิ้น หรือการลองผิดลองถูกในตลาดออนไลน์ แต่นั่นคือการบ่มเพาะประสบการณ์ที่ล้ำค่าที่สุด แม้วันนี้จะยังไม่ใช่แบรนด์ที่ทุกคนรู้จัก แต่ทุกการใส่ใจในการผลิตสินค้าที่ทรงคุณค่า และตั้งอยู่บนพื้นฐานการบริหารที่ชาญฉลาด จะเป็นรากฐานที่ส่งให้แบรนด์ของคุณเติบโตอย่างสง่างามในแบบของตัวเอง พิมพ์ชนก วิลาศรี ผู้เขียน ชลนาถ เต็งอินทร์ ผู้เรียบเรียง กลุ่มเชื่อมโยงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
31 มี.ค. 2569
PDPA  ก้าวใหม่ของมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในองค์กรยุคดิจิทัล
PDPA ก้าวใหม่ของมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในองค์กรยุคดิจิทัล
PDPA : ก้าวใหม่ของมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในองค์กรยุคดิจิทัล ในยุคที่ "ข้อมูล" เปรียบเสมือนสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามหาศาล การบริหารจัดการข้อมูลอย่างถูกต้องและปลอดภัยจึงชี้วัดความเป็นมืออาชีพขององค์กร บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจแก่นแท้ของ PDPA เพื่อให้องค์กรสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ข้อมูลส่วนบุคคลคืออะไร สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือ ความหมายของ "ข้อมูลส่วนบุคคล" ตามกฎหมาย PDPA ข้อมูลส่วนบุคคลหมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่ทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม เช่น ชื่อ-นามสกุล อายุ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ รวมถึงหมายเลขไอพี (IP Address) และอีเมลที่ระบุตัวตนได้ นอกจากนี้ กฎหมายยังให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ "ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว" (Sensitive Data) เช่น ข้อมูลสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลพันธุกรรม (DNA) ข้อมูลชีวภาพ และพฤติกรรมทางเพศ บทบาทสำคัญ 3 ประการในระบบ PDPA การดำเนินงานภายใต้ PDPA จะเกี่ยวข้องกับบุคคล 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller): ผู้ที่มีอำนาจ "ตัดสินใจ" ว่าจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไร ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor): ผู้ที่ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล "ตามคำสั่ง" หรือตามสัญญาที่ทำไว้กับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject): ตัวบุคคลที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นระบุไปถึง กรณีศึกษา: เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น จึงขอยกตัวอย่างกรณีศึกษาที่เคยเกิดขึ้นจริงในองค์กร เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ของบริษัทแห่งหนึ่ง ได้ส่งเอกสารปรับโครงสร้างเงินเดือนประจำปีให้พนักงานผ่านบุคคลอื่น โดย "ไม่ปิดผนึกซองเอกสาร" เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เพื่อนร่วมงานที่ไม่เกี่ยวข้องสามารถเปิดดูข้อมูลเงินเดือนได้ จากกรณีนี้ คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาว่าบริษัทมีความผิด แม้จะเกิดจากความประมาทเลินเล่อ ไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ถือเป็นการละเมิด PDPA !!บทเรียนที่สำคัญจากเหตุการณ์นี้คือ ข้อมูลเงินเดือนถือเป็นข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน และความประมาทเลินเล่อแม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจนำไปสู่ความรับผิดทางกฎหมาย เพราะฉะนั้น PDPA จึงไม่ใช่เพียงข้อบังคับทางกฎหมายที่สร้างภาระให้องค์กร แต่เป็นเครื่องมือสร้าง #ความเชื่อมั่น ให้กับลูกค้าและพนักงาน เพื่อป้องกันข้อผิดพลาด องค์กรควรจัดให้มีมาตรการจัดการเอกสารที่ปลอดภัยทั้งในรูปแบบทางกายภาพและดิจิทัล พร้อมทั้งจัดการอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ ท้ายที่สุดแล้ว ความตระหนักรู้และการวางระบบที่รัดกุมจะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับผู้ประกอบการกลุ่ม #อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry) ที่ต้องทำงานบนพื้นฐานแนวความคิดใหม่ร่วมกับผู้อื่น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการคัดลอกหรือเลียนแบบ ทั้งรสนิยม ความชอบ และพฤติกรรมของลูกค้า การปฏิบัติตาม PDPA อย่างเคร่งครัดจะกุญแจสำคัญในการ "รักษาฐานข้อมูลลูกค้า” ที่มีค่าที่สุดไว้ เพราะเมื่อลูกค้าสัมผัสได้ถึงความปลอดภัยและความใส่ใจในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ความไว้วางใจ จะเกิดขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อภาพลักษณ์แบรนด์และความเป็นมืออาชีพ และส่งต่อความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว และยังเป็นการยกระดับมาตรฐานธุรกิจให้พร้อมรองรับความร่วมมือหรือการขยายตลาดสู่ระดับสากลในอนาคตอีกด้วย คุณธนพล หงษ์ภู่ นักวิทยาศาสตร์ปฏิบัติการ - ผู้เขียน กลุ่มพัฒนาบุคลากรอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
31 มี.ค. 2569