โทรศัพท์ 1358

ดร.นันท์ บุญยฉัตร ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มอบหมายให้ นางสาวภศณมน หงวนไธสง นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ เข้าร่วมโครงการวิจัยเพื่อการพัฒนาและยกระดับทักษะบุคลากรหลักในกลุ่มอุตสาหกรรมซอฟท์พาวเวอร์ไทย


29 มิ.ย. 2569    ธนภัทร    6

ดร.นันท์ บุญยฉัตร ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มอบหมายให้ นางสาวภศณมน หงวนไธสง นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ (กค.กส.กสอ.) เข้าร่วมโครงการวิจัยเพื่อการพัฒนาและยกระดับทักษะบุคลากรหลักในกลุ่มอุตสาหกรรมซอฟท์พาวเวอร์ไทย ภายใต้หัวข้อ "Unlocking Thailand's Soft Power Talent" เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น วิเคราะห์ทิศทางการพัฒนากำลังคน และสำรวจความต้องการด้านการเรียนรู้ (Learning Needs) ของบุคลากรในอุตสาหกรรม Soft Power ของไทย โดยเน้นให้ความสำคัญกับ "การพัฒนาทุนมนุษย์" ในฐานะหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

📌การประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ มุ่งเน้นการศึกษาความจำเป็นในการเรียนรู้ของบุคลากรในอุตสาหกรรม Soft Power ภายใต้นโยบาย One Family One Soft Power (OFOS) อาทิ กลุ่มสาขาแฟชั่น อาหาร ดนตรี ภาพยนตร์ เกม ศิลปะ การออกแบบ และสาขาวัฒนธรรมสร้างสรรค์อื่น ๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการออกแบบหลักสูตรการจัดอบรม การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ และการยกระดับทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในบริบทเศรษฐกิจสร้างสรรค์ยุคใหม่

💡ภายในกิจกรรมมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหลายประเด็นสำคัญ ทั้งการวิเคราะห์อิทธิพลของ Soft Power ในชีวิตประจำวัน การเปรียบเทียบศักยภาพ Soft Power ไทยกับบริบทระดับโลก การวิเคราะห์ช่องว่าง (Gap) และปัญหาอุปสรรค (Pain Point) ของกำลังคนไทย ตลอดจนการออกแบบ Future Skill Sets หรือชุดทักษะแห่งอนาคตที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

🛠️นอกจากนี้ ยังมีการระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาชุดทักษะหลัก (Generic Skill Set) และชุดทักษะเฉพาะด้าน (Specific Soft Skill Set) สำหรับบุคลากรในแต่ละสาขา เพื่อให้การพัฒนาหลักสูตรและการจัดอบรมในอนาคตสามารถตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้อย่างแท้จริง ทั้งในมิติของความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร การออกแบบ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ตลอดจนการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากทุนวัฒนธรรมไทย

🤝ทั้งนี้ เวทีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคอุตสาหกรรมในการร่วมกันกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ไทยในอนาคตได้อีกด้วย