โทรศัพท์ 1358

Wellbeing: จากกระแสสุขภาวะโลก สู่โอกาสของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย


14 ต.ค. 2569    ธนภัทร    8

🌿 Wellbeing: จากกระแสสุขภาวะโลก 🌿
สู่โอกาสของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย

เมื่อ “สุขภาวะที่ดี” กลายเป็นคุณค่าหลักของผู้บริโภคยุคใหม่

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า “สุขภาวะที่ดี” หรือ Wellbeing ได้กลายเป็นกระแสหลักที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ ไม่ใช่แค่เทรนด์ของกลุ่มคนเล็กๆ ที่ชอบไลฟ์สไตล์สายสุขภาพอีกต่อไป ตัวเลขจาก Global Wellness Institute ชี้ชัดว่าตลาดนี้เติบโตเร็วกว่าเศรษฐกิจโลกโดยรวม และมูลค่ารวมของอุตสาหกรรมสุขภาวะทั่วโลกอยู่ที่ราว 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 ใหญ่กว่าอุตสาหกรรมยานยนต์โลกรวมกัน

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเกิดวิกฤตหลายอย่าง ตั้งแต่โควิด เศรษฐกิจผันผวน รวมถึงการใช้ชีวิตที่เร่งรีบขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดความเหนื่อยล้าสะสม ส่งผลให้คนหันมาใส่ใจความสมดุลทั้งกาย ใจ อารมณ์ และความสัมพันธ์มากขึ้น สุขภาวะที่ดีในยุคนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพเพียงอย่างเดียว แต่แทรกซึมเข้าไปในทุกมิติของชีวิต ตั้งแต่ที่อยู่อาศัย อาหารการกิน การทำงาน ไปจนถึงการท่องเที่ยว

Wellbeing Lifestyle ไม่ได้เน้นแค่สุขภาพ

ประเทศไทยมีขุมทรัพย์อยู่ในมือมาตั้งนานแล้ว ทั้งนวดแผนไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้จากยูเนสโกเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2019 ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยที่สืบทอดมานานหลายร้อยปี ความหลากหลายของอาหารไทยที่ทั้งอร่อยและมีสรรพคุณทางยาจากเครื่องเทศและสมุนไพร รวมถึงความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของแต่ละภูมิภาค และไทยยังติดอันดับต้นๆ ของเอเชียในฐานะจุดหมายปลายทางด้าน wellness tourism และอีกหนึ่งจุดแข็งที่อยู่เบื้องหลังขุมทรัพย์คือ สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติที่ดีซึ่งนับเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ Wellbeing ให้ความสำคัญ

...แต่คำถามที่น่าสนใจคือ ไทยมีของดีขนาดนี้อยู่ในมือ แล้วทำไมถึงยังสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้ไม่เต็มศักยภาพ ลองดูตัวอย่างแบรนด์ Wellness ชื่อดังระดับโลกอย่าง COMO Shambhala หรือ Kamalaya ที่เลือกมาทำธุรกิจในประเทศไทย กลับประสบความสำเร็จ เนื่องจากเข้าใจวิธีขายความเป็นไทยได้ดีกว่าผู้ประกอบการไทยจำนวนมากเสียด้วยซ้ำ

💡 หัวใจของการต่อยอด Wellbeing ในมิติอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

อยู่ที่การเปลี่ยนมุมมองจากแค่การผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพไปสู่การสร้าง Wellbeing Lifestyle ด้วยการนำองค์ความรู้ด้านสุขภาพมาผสานเข้ากับการออกแบบ เรื่องราว อัตลักษณ์ วัฒนธรรม และเทคโนโลยี ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ใดในโลก

โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการต่อยอดแนวคิดนี้ แบ่งได้เป็น 6 กลุ่มหลัก ได้แก่:

  1. Beauty & Personal Care

  2. Food, Nutrition & Functional Food

  3. Spa, Thai Wellness & Traditional Wisdom

  4. Mental & Emotional Wellbeing

  5. Wellness Lifestyle & Creative Craft

  6. Wellness Tourism & Experience

📌 บทสรุป: จาก Trend สู่มูลค่าเพิ่มที่ยั่งยืน

ตลาดสุขภาวะโลกมีมูลค่า 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ใหญ่พอให้ไทยมีที่ยืนได้แน่นอน แต่คำถามที่ท้าทายสำหรับประเทศไทย คือ ทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมากที่มีภูมิปัญญาดี สามารถยกระดับให้ได้มาตรฐานที่ตลาดโลกเชื่อถือ มีเงินทุนพัฒนาแบรนด์ และมีทักษะการตลาดและการเล่าเรื่อง

กระแส Wellbeing ที่กำลังมาแรง ถือเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการยกระดับต้นทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไปสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรม โดยไม่ลืมเป้าหมายที่แท้จริงคือการทำให้คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนดีขึ้นอย่างยั่งยืน สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่การผสาน Trend, Creativity, Innovation และ Thai Identity เข้าด้วยกัน พร้อมเชื่อมโยงธุรกิจความงาม อาหารเพื่อสุขภาพ สปา งานคราฟต์และสิ่งทอ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพให้เป็นระบบนิเวศเดียวกัน เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยแข่งขันด้วยคุณค่าที่ส่งมอบถึงชีวิตผู้คน ไม่ใช่แข่งกันด้วยต้นทุนที่ถูกกว่า

ในปีงบประมาณ 2570 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) เดินหน้าโครงการสร้างและพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับ SME นักออกแบบ และวิสาหกิจชุมชนให้สร้างมูลค่าเพิ่มสู่เศรษฐกิจความเป็นอยู่ที่ดี (Wellbeing Economy) ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Wellness ไลฟ์สไตล์ สิ่งทอ และการออกแบบที่รักษ์โลก ทั้งผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ พร้อมเปิดพื้นที่แสดงศักยภาพสู่ตลาด เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยแข่งขันได้ด้วยคุณค่าและอัตลักษณ์ของตัวเอง

ถึงเวลาแล้ว ที่เราควรจะมองไปให้ไกลกว่าการเป็นแค่ปลายน้ำที่ขายของถูกให้คนอื่นเอาไปสร้างแบรนด์ต่อ แต่หันมายกระดับมาตรฐาน สร้างมูลค่า สร้างแบรนด์ ให้กับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย ให้เป็นผู้นำในเศรษฐกิจ Wellbeing ได้อย่างยั่งยืน

 

DIPROM

✍️ บทความโดย: นางสาวภัสรา นังเกิด – นักวิชาการอุตสาหกรรม

 (กลุ่มเชื่อมโยงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์)